หน้าหลัก รายวิชา เกี่ยวกับเรา ช่วยเหลือ ติดต่อเรา
  User Organizer
User Name
Password


  User Online
ผู้เยี่ยมชม1  คน
สมาชิก0  คน
ท.40224: การสร้างคำในภาษาไทย
 
ชื่อหลักสูตร : ท.40224:การสร้างคำในภาษาไทย
ผู้สร้างหลักสูตร : jongchai.jan
ระยะเวลา : 1 วัน

เนื้อหา :
วิธีการสร้างคำในภาษาไทยการประสม การซ้อน การซ้ำ การสมาส การสนธิ การแผลง การลงอุปสรรค การลงปัจจัย การลงอาคม

1. การสร้างคำ

วิธีการสร้างคำ
1. คำมูล- คือ คำที่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง ***แยกศัพท์ไม่ได้ เช่น หมู หมา สะพาน สะอาด จะละเม็ด มะละกอ โกโรโกโส สำมะเลเทเมา
2. คำประสม- คือ คำที่เกิดจากการนำคำมูลที่มีความหมายไม่เหมือนกัน มาประสมกันแล้วเกิดความหมายใหม่ เช่น พ่อตา แม่ครัว ลูกน้ำ เจ้าที่
3. คำซ้อน- คือคำที่เกิดจากการนำคำมูลที่มีความหมาย คล้าย เหมือน ตรงข้าม มาซ้อน กันเช่น บ้าน เรือน พัดวี ตัดสิน อ้วนพีฯลฯ หรือนำคำที่มีเสียงกลมกลืนกันมาซ้อนกันเช่น ก่อเกิด แร้นแค้น ก้าวร้าวแตกแยก
4. คำซ้ำ- คือการนำคำมูลมาซ้ากัน แล้วใช้ไม้ยมกแทนได้ เช่น ต่างๆ เด็กๆมากๆ เร็วๆ ฯลฯ**นานา,จะจะ**ไม่ใช่คำซ้ำ เป็นคำมูล
5. การลงอุปสรรคแบบบาลีสันสกฤต คือการนำคำที่ใช้สำหรับประกอบหน้าศัพท์ในภาษาบาลีสันสกฤตมาใช้ในภาษาไทย เช่น สุ ทุ อภิ อธิ อติ อว โอ วิ นิ อป ป ประ ฯลฯ
6. การลงปัจจัย คือ การนำเอาวิธีการเปลี่ยนแปลงท้ายศัพท์ของภาษาบาลีสันสกฤตมาใช้ เช่น ปราณ-ปราณี นาวี-นาวิก คต-คติทัศน-ทัศนีย์นาย-นายก
7. การใช้คำที่ติดวิภัตติ- คือการนำคำบาลีสันสกฤตที่มีวิภัตติติดมาด้วย เช่น โทโส นานาจิตตัง พาลพาโล นาคีฯลฯ
8. การลงอุปสรรคแบบเขมร คือการลง บำ บัง บัน หน้าศัพท์เช่น บำเพ็ญ บำบวง บันดาล บันเทิง บังอาจ บังควรฯลฯ
9. การลงอาคมแบบเขมร คือการเติมเสียงสระหรือ พยัญชนะลงกลางศัพท์ เช่น กำเนิด อานาจ กำเดา ทำนบ ทำเนียบ ฯลฯ
10. การแผลงคำ คือ การเปลี่ยนแปลงเสียงสระ พยัญนะ วรรณยุกต์ทำให้เกิดศัพท์ใหม่ เช่น วัชร-เพชร วชิร-วิเชียร กีรติ-เกียรติ ไวทย-แพทย์ไวฑูรย์-ไพฑูรย์ รวิ-รวี-รำไพ จึง-จึ่ง ดัง-ดั่ง พาห-พ่าห์ เสนห-เสน่ห์ฯลฯ
11. การทับศัพท์ คือ การนำเอาภาษาต่างประเทศโดยการเลียนเสียงเดิมเช่น คอมพิวเตอร์ คอร์รัปชัน ดีเปรสชัน โควตา วอลเลย์บอล เซี่ยวกาง สุหร่าย ปิ่นโต กาละแม ฯลฯ
12. การสมาส คือ การนำเอาคำบาลีสันสกฤตมาประสมกันตามวิธีการสมาสที่ไทยนำมาดัดแปลง โดยมีหลักดังนี้
1. ต้องเป็นคำภาบาลีสันสกฤตเท่านนั้น
2.ศัพท์หลักไว้หลัง ศัพท์ประกอบไว้หน้า
3. แปลจากหลังมาหน้าส่วนใหญ่ แต่มีบางคำแปลจากหน้าไปหลัง
4. ไม่ใส่ทัณฑฆาตและรูปสระอะ ที่ท้ายศัพท์แรก
5. ต้องอ่านเสียงสระที่ท้ายศัพท์แรก
6. คำที่ขึ้นต้นด้วยวร พระตามด้วยคำบาลีสันสกฤตจัดเป็นคำสมาส
เช่น ราชครู ราชการ อักษรศาสตร์ วิทยากร สันติสุข ฯลฯ
13. คำสนธิ คือ การสมาสที่มีการเปลี่ยนแปลงสระและพยัญชนะมี 3 ชนิดคือ สระสนธิ พยัญชนะสนธิ นฤคหิตสนธิ
สระสนธิ
1. ตัดสระท้ายคำหน้าใช้สระหน้าคำหลังเช่น หิมะ+อาลัย=หิมาลัย พุทธ+โอวาท=พุทโธวาท
2. ตัดสระท้ายคำหน้าใช้สระหน้าคำหลัง แต่เปลี่ยน อะ เป็น อา อิ เป็น เอ อุ เป็น อู โอ เช่น ประชา+อธิปไตย= ประชาธิปไตย นร+อิศวร=นเรศวร ราช+อุบาย=ราโชบาย ราช+อุปถัมภ์=ราชูปถัมภ์
3. เปลี่ยนสระท้ายคำหน้า อิ อี เป็น ย อุ อู เป็น ว แล้วสนธิตามข้อ 1 2 เช่น สามัคคี+อาจารย์=สามัคยาจารย์ อัคคี+โอภาส=อัคโยภาส ธนู+อาคม=ธันวาคม เหตุ+อเนกรรถ=เหตวาเนกรรถ
พยัญชนสนธิ
1. เปลี่ยน ส เป็น โอ เช่น มนัส+ธรรม=มโนธรรม ศิรัส+เวฐน์=ศิโรเวฐน์
2. เปลี่ยน ส เป็น ร เช่น นิส+เทศ= เนรเทศ ทุส+ชน=ทรชน
นฟคหิตสนธิ
1. สนธิกับ สระ เปบี่ยน อำ เป็น ม เช่น สํ+อาคม=สมาคม สํ+อาทาน-สมาทาน
2. สนธิกับพยัชนะท้ายวรรค เปลี่ยน อำ เป็นพยัญชนะท้ายวรรคนั้น
สํ+กร=สังกร สํ+ญา=สัญญา สํ+ฐาน=สัณฐาน สํ+ถาร=สันถาร ส๊+ผัส=สัมผัส
3. สนธิกับเศษวรรค เปลี่ยน อำ เป็น ง เช่น สํ+วร=สังวร สํ+หรณ์=สังหรณ์ สํ+โยค=สังโยค

วัตถุประสงค์ :
1. ให้ความรู้เรื่องการสร้างคำ
2. เตรียมตัวสอบวิชาภาไทย ทุกระดับ



คุณสมบัติผู้เข้าอบรม :
น.ร. ชั้นมัธยมปลายทุกคน

เอกสารอ้างอิง :

หนังสือประกอบการเรียนวิชาหลักภาษาไทย หนังสือภาษาไทยใช้ NET โดยอ.จงชัย เจนหัตถการกิจ

รายละเอียดผู้สร้างหลักสูตร:
 jongchai.jan
Visit :

Copyright © 2009 www.learnsquare.com, All rights reserved.
license agreement Version : 5.0